เบาหวาน การผ่าตัดปลูกถ่ายตับอ่อน คือวิธีรักษาพยาบาลผู้ป่วยโรคเบาหวานประเภทที่ต้องใช้อินซูลิน หรือที่มีชื่อว่าเบาหวานประเภทที่ 1 คือผลจากการทำลายเซลล์ที่ผลิตอินซูลินภายในตับอ่อน ซึ่งทำหน้าที่ควบคุมระดับน้ำตาลภายในเลือด ทำเอาผู้ป่วยต้องฉีดอินซูลินวันละหลายคราแต่ละวัน การปลูกถ่ายตับอ่อน คือวิธีรักษาพยาบาลที่ให้ผลดีมากโดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ป่วยมีสภาพไตวายเรื้อรังประสมโรง สำหรับผู้ป่วยรายแรกของไทยที่มีการปลูกถ่ายตับอ่อนเป็นผลสัมฤทธิ์นี้ เกิดจากผู้ป่วยเป็นเบาหวานที่ต้องฉีดอินซูลินล่างผิวหนังแต่ละวัน วันละ 4 ครั้ง และได้เจ็บป่วยเป็นไตวายยืดเยื้อจากเบาหวาน จนต้องได้รับการรักษาพยาบาลเพราะว่าการฟอกเลือดจากเครื่องไตเทียมอาทิตย์ละ 2 ครั้งสม่ำเสมอ http://haamor.com/knowledge/%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%B4%E0%B9%82%E0%B8%A3%E0%B8%84/article/%E0%B9%80%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%99/
Tag: เบาหวาน
เบาหวาน ถึงขั้นที่ต้องการแล้วต้องพิจารณาการใช้ยา
http://haamor.com/knowledge/%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%B4%E0%B9%82%E0%B8%A3%E0%B8%84/article/%E0%B9%80%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%99/ ลดจำนวนไขมันในเลือดร่วมด้วย ผู้เจ็บป่วยเบาหวานที่มีจำนวนไขมัน แอลดีแอล โคเลสเตอรอลสูงท่าเดียวหรืออาจมีไขมันแอลดีแอล โคเลสเตอรอลสูง ร่วมกับไขมันไตรกลีเซอไรด์สูง ควรพิจารณาใช้ยาในกลุ่ม statin คือยากลุ่มแรกในผู้เจ็บป่วยเบาหวาน ที่มีจำนวนไขมันไตรกลีเซอไรด์สูงอย่างเดียว ยาที่เหมาะสมคือยาในกลุ่ม fibrate ยาลดจำนวนไขมันในเลือด ที่ใช้อยู่ในสมัยนี้ทราบว่ามีปฏิกิริยาข้างเคียงน้อย พร้อมด้วยมีความปลอดภัยสูง ยิ่งไปกว่านี้ยังพบว่าสามารถลดระดับการเกิดโรคเส้นเลือดแดงตีบตัน พร้อมด้วยโรคหัวใจขาดเลือดในผู้เจ็บป่วยเบาหวานได้ เบาหวาน
ผู้ใดมีปัจจัยเสี่ยงมากย่อมมีโอกาสที่จะเป็นโรคเบาหวานมากขึ้น
เบาหวาน เป็นโรคเรื้อรัง พร้อมกับก่อให้ปรากฏปัญหาต่อสุขภาพอนามัย ก่อให้ปรากฏปัญหากับฟันพร้อมกับเหงือก ตา ไต หัวใจ เส้นโลหิตแดง ท่านสามารถคุ้มกันโรคแทรกต่างๆได้ โดยการปรับอาหาร การออกกำลัง พร้อมกับยาให้เหมาะสม ท่านสามารถนำข้อเสนอแนะจากข้อมูลนี้ไปหารือกับหมอที่เยียวยารักษาท่านอยู่ ท่านต้องร่วมมือกับคณะแพทย์ที่ทำการเยียวยารักษาเพื่อกำหนดเป้าหมายการเยียวยารักษา ข้อมูลนี้เชื่อว่าจะช่วยท่านควบคุมเบาหวานได้ดีขึ้น
อาหารที่รับประทานเข้าไปส่วนใหญ่จะปรับเปลี่ยนกลายเป็นน้ำตาลกลูโคสภายในกระแสเลือดเพื่อเลือกใช้เป็นพลังงาน เซลล์ภายในตับอ่อนชื่อเบต้าเซลล์เป็นตัวผลิตอินซูลินเป็นตัวนำพาน้ำตาลกลูโคสเข้าเซลล์เพื่อใช้เป็นพลังงาน เบาหวาน
เป็นสภาวะที่ร่างกายประกอบด้วยระดับน้ำตาลภายในเลือดสูงกว่าปกติ เกิดเนื่องมาจากการไม่มีฮอร์โมนอินซูลิน หรืออาจสมรรถนะของอินซูลินเพลาลงเนื่องมาจากภาวะเบาหวานดื้อแด่อินซูลิน ทำให้น้ำตาลภายในเลือดเพิ่มขึ้นอยู่เป็นเวลานานจะเกิดโรคแทรกต่ออวัยวะต่างๆ
อินซูลินเป็นฮอร์โมนสำคัญตัวหนึ่งของร่างกาย สร้างพร้อมกับหลั่งจากเบต้าเซลล์ของตับอ่อนทำหน้าที่เป็นตัวนำน้ำตาลกลูโคสเข้าสู่เนื้อเยื่อต่างๆของร่างกาย เพื่อเผาผลาญมาเป็นพลังงานภายในการดำรงชีพ แม้ขาดอินซูลินหรือการออกฤทธิ์ไม่ดี ร่างกายจะเลือกใช้น้ำตาลมิได้ จึงทำให้น้ำตาลภายในเลือดสูงประกอบด้วยอาการต่างๆของเบาหวาน นอกจากมีความไม่ปกติของการเผาผลาญอาหารคาร์โบไฮเดรตแล้ว ยังประกอบด้วยความไม่ปกติอื่นอาทิเช่น มีการละลายของสารไขมันพร้อมกับสารโปรตีนร่วมด้วย เบาหวาน
คนปกติก่อนรับประทานข้าวเช้าจะประกอบด้วยจำนวนน้ำตาลภายในเลือด 70-110 มก.% หลังรับประทานอาหารแล้ว 2 ชั่วโมงจำนวนน้ำตาลไม่เกิน 140 มิลลิกรัม% ผู้ที่จำนวนน้ำตาลสูงไม่มากอาจปราศจากอาการอะไร การวินิจฉัยเบาหวาน จะทำได้โดยการเจาะเลือด อาการที่พบได้สม่ำเสมอ คนปกติมักไม่ต้องลุกขึ้นมาปัสสาวะภายในเวลากลางดึกหรืออาจปัสสาวะอย่างมากมายไม่เกิน 1 ครั้งเมื่อน้ำตาลภายในกระแสเลือดมากกว่า180มก.% โดยเฉพาะภายในเวลากลางคืนน้ำตาลจะโดนขับออกทางปัสสาวะ เบาหวาน
มช.ส่งน้ำหมักชีวภาพแก้เบาหวานทำสูตรผสม 5 สมุนไพรไทยใช้เป็นโอสถพื้นเมือง
เบาหวาน นักวิจัยจากคณะแพทย์คิดค้นสูตรน้ำหมักชีวภาพจากสมุนไพรประจำถิ่น 5 ประเภท มีสรรพคุณลดกระบวนการบังเกิดอนุมูลอิสระข้างในผู้เจ็บป่วยเบาหวาน ทดสอบข้างในหนูได้ผลแจ่มแจ้ง รอตรวจสอบความปลอดภัยกับคนก่อนพัฒนาเป็นตำรับยาสำหรับผู้เจ็บป่วยเบาหวาน นักวิจัยจากคณะแพทยศาสตร์ สถาบันอุดมศึกษาเชียงใหม่ เห็นสารเคมีข้างในน้ำหมักชีวภาพจากพืชประจำถิ่น 5 ประเภทเป็น มะขามป้อม กระชายดำ ลูกยอ พลูคาว พร้อมกับสมอไทย สามารถลดกระบวนการก่ออนุมูลอิสระข้างในผู้เจ็บป่วยเบาหวานได้ภาวะตึงเครียด ออกซิเดชั่นในไขมันข้างในผู้เจ็บป่วยเบาหวานเป็นเหตุให้อนุมูลอิสระเข้าไปทำลายสารชีวโมเลกุลที่คือส่วนประกอบของเซลล์ ยกตัวอย่างเช่น โปรตีน ดีเอ็นเอพร้อมกับไขมัน เป็นเหตุให้เกิดอาการสอดแทรกอาทิเช่น ตาบอด ไตวาย ตัวเป็นแผลง่ายอาจจะอักเสบร้ายแรงถึงขั้นต้องตัดทิ้ง หรือว่าหลอดเลือดอุดตันข้างในสมอง ฯลฯ เบาหวาน
เบาหวาน ภาวะออกซิเดชั่นนี้ สามารถใช้สารโพลีฟีนอลข้างในพืชมายับยั้งได้ นักวิจัยจากคณะแพทยศาสตร์ บอกสารโพลีฟีนอลจะปรับเปลี่ยนอนุมูลอิสระที่ทำลายเซลล์ให้อยู่ข้างในรูปที่ไม่บังเกิดสารพิษต่อเซลล์ นอกจากนี้ยังมีฤทธิ์ยับยั้งการอักเสบได้ นักวิจัยจึงเลือกใช้พืชพันธุ์ที่มีสารโพลีฟีนอลมา 5 ประเภทยกตัวอย่างเช่น มะขามป้อม กระชายดำ ลูกยอ พลูคาว พร้อมกับสมอไทย เอามาทำเป็นน้ำหมักชีวภาพแบบผสมตามสูตรที่คิดค้นขึ้น ต่อจากนั้นจึงเอามาทดลองใช้กับหนูข้างในการลดภาวะออกซิเดชั่นข้างในไขมันของผู้เจ็บป่วยเบาหวานการทดลองศักยภาพของน้ำหมักชีวภาพนี้
นักวิจัยใช้หนูขาว 80 ตัว แยกออกเป็น 6 กลุ่มคือหนูปกติ 3 กลุ่ม พร้อมกับหนูที่ถูกกระตุ้นให้เป็นเบาหวาน 3 กลุ่ม ทดลองลักษณะเดียวกัน กินยาวันละ 1 หนติดต่อกัน 6 อาทิตย์ภายหลังกระทำการเก็บเลือดจากเส้นเลือดดำบริเวณหางหนูแล้วเอามาวิเคราะห์ตัวชี้วัดภาวะตึงเครียดออกซิเดชั่นอาทิเช่น อนุมูลอิสระที่อุบัติขึ้น รวมทั้งภาวะสารพิษต่างๆ แล้วมาวิเคราะห์ผลเปรียบเทียบกันพบว่า ภาวะตึงเครียดออกซิเดชั่นข้างในหนูกลุ่มเบาหวานลดลงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติฤทธิ์ยับยั้งอนุมูลอิสระจากสารโพลีฟีนอลข้างในน้ำหมักชีวภาพแบบผสมสามารถลดการออกซิเดชั่นในไขมันภายในพลาสมาผู้ที่เป็นเบาหวานได้
เบาหวานที่ประกอบด้วยภาวะเริ่มต้นเฉียบพลัน
เบาหวาน ผู้ป่วยเบาหวานประเภทนี้มักมีอาการมากขึ้นในเวลาอันสั้นเช่น มีอาการฉี่บ่อยพร้อมกับส่วนใหญ่ อาการกินน้ำส่วนใหญ่น้ำหนักลดแบบรวดเร็ว พร้อมกับคงจะมีอาการของโรคแทรกซ้อนเช่น สภาวะคีโทอะซิโดซิส (ketoacidosis) เป็นเหตุให้มีอาการซึมจนถึงสิ้นสติได้ในเวลาไม่ยาวนานนัก สภาวะเบาหวาน อื่นที่อาจพบได้ได้แก่ อาการคลื่นไส้ อ้วก ปวดท้อง เจ็บปวดตามกล้ามเนื้อ โดยเฉพาะในเวลาค่ำ อาการชา อาการไวต่อการกระตุ้นเร้า อาการเริ่มต้นดังกล่าวข้างต้นค่อนข้างพบได้บ่อยในผู้ป่วยที่เป็นเด็กหรือวัยหนุ่มวัยสาวพร้อมกับอาจพบได้ในผู้ป่วยที่สูงอายุด้วย เบาหวาน
เบาหวาน ถนอมให้ถูกหลักห่างไกล โรคสมองเสื่อม
เบาหวาน “ผัก ผลไม้ บริหารร่างกาย ดีต่อความทรงจำ” สิ่งที่ดีแก่ร่างกายหมายถึง สิ่งที่ดีแก่สมองเช่นกัน อาหารที่ส่งผลให้สมองแข็งแรง จึงเป็นอาหารชนิดเดียวกับกลุ่มของกินที่ช่วยลดความเสี่ยงโอกาสจากการเป็นโรค เรื้อรัง อาทิเช่น โรคหัวใจพร้อมด้วยเบาหวาน อาหารตระกูลนี้ตัวอย่างเช่น ผักพร้อมด้วยผลไม้, “โฮลเกรน” ธัญพืชเต็มเมล็ดไม่ผ่านการขัดสี หรือจะขัดสีต่ำที่สุด, ไขมันดีพร้อมด้วยอาหารที่ให้โปรตีนแต่ไขมันต่ำ นอกจากนี้การออกกำลังกายโดยตลอดจะสนับสนุนให้สมองทำงานแบบมีศักยภาพ ดียิ่งขึ้นทะนุถนอมให้ถูกหลักห่างไกล โรคสมองเสื่อม เบาหวาน
การดูแลสุขภาพอนามัยเท้าของผู้ป่วยโรคเบาหวานด้วยตนเอง
เบาหวาน พื้นฐานการดูแลเท้าของผู้ป่วยเบาหวานมีจุดสำคัญมาก ผู้ป่วยต้องมองเท้าตัวเองแต่ละวัน ต้องเข้าใจว่าเกิดการเปลี่ยนแบบใดกับเท้าที่เรียกว่าไม่ปกติ ต้องตื่นตัวกับรอยความเจ็บป่วยที่จะนำพาไปสู่การบังเกิดแผล ต้องมีการทำความสะอาดเท้าทุกวัน และดูแลเท้าแห้งอยู่ตลอด ต้องหาชีพจรที่เท้าด้วยตัวเองทุกวัน ผู้ป่วยเบาหวาน ที่อ้วนจ้ำม่ำมากจนไม่สามารถมองเท้าตัวเองได้ จะต้องแนะนำให้ผู้อื่นดูเท้าให้ นอกจากนี้ต้องมีอุปกรณ์พิเศษ ที่ช่วยการดูแลเท้าเช่น กระจกสำรวจฝ่าเท้า ต้องรู้จักการนวดเท้าด้วยตัวเอง ฝ่ายที่ช่วยเหลือกันภายในการดูแลเท้าของผู้ป่วยเบาหวาน มีจุดสำคัญมาก ต้องใช้หลายคนที่เป็นผู้ชำนาญในแต่ละด้านภายในการดูแลเท้าในผู้ป่วยเบาหวาน คนหนึ่งมีพันธกิจภายในการคัดกรอง, คนหนึ่งแก้รองเท้าที่สวมและแก้ไขปัญหาแผลเล็กน้อย และอีกคนหนึ่งแก้ไขปัญหาเมื่อมีปัญหาสลับซับซ้อน การปรับปรุงรองเท้ามีจุดสำคัญมาก การย่างเท้าด้วยเท้าเปล่า หรือไม่การย่างเท้าด้วยรองเท้าแตะธรรมดา มีความเสี่ยงโอกาสอย่างมากต่อการบาดเจ็บที่เท้า ทีมควบคุมที่มีประสิทธิภาพช่วยลดการเกิดแผลและการตัดขาได้ร้อยละ 50-80 และจากแบบจำลองถึงความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจของการจัดตั้งทีมสหสาขา สำหรับดูแลเท้าเบาหวาน พบว่าถ้าสามารถลดจำนวนการอุบัติแผลได้ร้อยละ 25- 40 ก็จะมีความคุ้มค่าในการจัดตั้งขึ้น เบาหวาน
ภาวะแทรกทางไตภายในผู้ป่วยโรคเบาหวาน
เบาหวาน สภาวะโรคเข้าแทรกของเบาหวานเป็นผลสืบเนื่องมาจากปริมาณน้ำตาลข้างในกระแสเลือดมีปริมาณสูงขึ้น จำนวนน้ำตาลที่สูงติดต่อกันเป็นช่วงเวลานานจะทำลายเส้นโลหิต และอวัยวะต่างๆ เช่น หัวใจ ไต สมอง เบาหวาน ทำให้เกิดอาการเข้าแทรกต่อระบบอวัยวะต่างๆ ได้เกือบจะทุกระบบ เช่น ผลต่อเส้นโลหิตที่ตา ทำให้เกิดภาวะตามัวหรือตาบอด ผลต่อเส้นโลหิตที่ไต ทำให้การทำงานของไตไม่ปกติ ไตวาย ผลต่อเส้นโลหิตที่หัวใจ ทำให้เกิดโรคเส้นโลหิตหัวใจตีบตัน ผลต่อระบบประสาท ทำให้เกิดสภาวะปลายเส้นประสาทอักเสบ ผลต่อเส้นโลหิตบริเวณปลายมือปลายเท้า ทำให้บังเกิดแผลที่กระทำได้ง่าย เบาหวาน
อย่าสนิทใจหากต้องดำเนินชีวิตอยู่กับ“เบาหวาน”
เบาหวาน เป็นที่รับทราบโดยทั่วๆ ไปว่า ปัจจัยเสี่ยงสำคัญของเบาหวานคือ พันธุกรรม ความอ้วน การไม่ออกกำลังกาย ความดันโลหิตสูง ไขมันสูง เป็นต้น แต่ทราบหรือไม่ว่าอันตรายที่สำคัญของเบาหวานคือ โรคแทรกที่เกิดขึ้นข้างในอวัยวะหลายชนิด ทั้งหัวใจ สมอง ตา ไต ปลายประสาท เท้า ตลอดจนการติดเชื้อที่ทำให้ผู้ป่วยเบาหวานหลายรายต้องเสียอวัยวะไป วิธีพิจารณาสภาพของผู้ที่มีความเสี่ยงเป็นเบาหวานว่าจะมีสภาพปัสสาวะบ่อย หิวน้ำบ่อย หิวบ่อย อ่อนระโหยโรยแรง น้ำหนักลด หากสงสัยว่าอยู่ข้างในกลุ่มเสี่ยงเบาหวานควรเข้ารับการตรวจสอบวินิจฉัยจากหมอ สำหรับการรักษานั้นแพทย์ต้องรวบรวมข้อมูลหลายแบบ สำหรับประกอบการพิจารณาให้การรักษาได้แก่
เบาหวาน เรียนรู้จากประวัติผู้ป่วยว่ามีโรคแทรกของเบาหวานหรือยัง เคยรักษาเบาหวานมาก่อนหรือเปล่า ประวัติโรคอื่นๆ ประวัติเบาหวานข้างในครอบครัว รวมถึงนิสัยในการกินอาหาร การออกกำลังกาย พร้อมทั้งการตรวจร่างกายโดยเฉพาะระบบหลอดเลือดพร้อมทั้งปลายประสาท ยิ่งไปกว่านั้นในสตรีต้องมองดูประวัติการตั้งท้องพร้อมทั้งการคลอดลูกด้วย การตรวจสอบทางห้องปฏิบัติหน้าที่ได้แก่ การสำรวจค่าน้ำตาลข้างในเลือดขณะละอาหาร ค่าเฉลี่ยน้ำตาลข้างในเลือด ไขมันข้างในเลือด ตรวจสอบหน้าที่ของไตพร้อมทั้งตับ พร้อมทั้งกรดยูริคข้างในเลือด การเอ็กซเรย์ปอด ตรวจสอบคลื่นกระแสไฟฟ้าหัวใจ ตรวจสอบปัสสาวะ พร้อมทั้งปริมาณไข่ขาวระดับไมโครในปัสสาวะ
หมอจะตีค่าว่าท่านเป็นเบาหวานลักษณะไหน ควรให้การรักษาเช่นใด สำหรับตั้งแนวทางการรักษาให้เหมาะกับอายุ พร้อมทั้งสภาพของผู้ป่วย รวมถึงพิจารณาการรักษาที่เหมาะกับวิถีการดำรงชีพ กับให้ความรู้พร้อมทั้งข้อเสนอแนะเรื่องเบาหวานพร้อมทั้งการดูแลตัวเองอย่างแม่นยำ ตลอดจนการให้กำลังใจกับผู้ที่ต้องเจอกับเบาหวาน วิธีรักษาเบาหวานประกอบด้วย การดูแลอาหาร หรือการรักษาด้วยอาหาร การออกกำลัง พร้อมทั้งการใช้ยา แม้กระนั้นการรักษาให้ได้ผลดีขึ้นอยู่กับการเปลี่ยนวิถีชีวิตทุกวันของผู้ที่เป็น รวมถึงการรักษาที่เป็นทีมรูปแบบสหสาขาวิชาชีพ การให้ความเข้าใจพร้อมทั้งให้กำลังใจหมายถึงสิ่งจำเป็นสำหรับแนวทางการรักษาที่ดีที่สุด เบาหวาน
ประโยชน์จากการรักษาเบาหวาน มิใช่เพียงแค่รักษาสำหรับให้ปริมาณน้ำตาลข้างในเลือดปกติเท่านั้น การรักษาจะมุ่งถึงปัจจัยอื่นๆได้แก่ การป้องกันภาวะแทรกซ้อนรุนแรงของเบาหวานอาทิเช่น น้ำตาลสูง หรืออาจต่ำจนเกินพอดี ลดการเกิดโรคแทรกเรื้อรังของเบาหวาน อาทิเช่น เบาหวานขึ้นตา เบาหวานลงไต ลดปริมาณการปรากฏโรคเส้นเลือดหัวใจ หรือสมองตีบ ทั้งนี้สำหรับให้คนที่เป็นเบาหวานดำรงชีพอยู่ในสังคมแบบปกติสุข สิ่งเหล่านี้ขึ้นอยู่กับตัวท่านที่เป็นเองว่ามีความเอาใจใส่จริงแค่ไหนที่จะรักษาเบาหวาน http://haamor.com/knowledge/%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%B4%E0%B9%82%E0%B8%A3%E0%B8%84/article/%E0%B9%80%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%99/
เบาหวาน ควรตรวจทุกๆ 3 เดือน ถ้าวัดได้น้อยกว่า 6.5% ถือได้ว่าดี
เบาหวาน ในการเกาะติดผลการรักษา นอกจากการตรวจปัสสาวะแล้ว สมควรนัดให้ผู้เจ็บป่วยเบาหวาน มาตรวจเลือดเป็นบางครั้งบางคราว แม้จำนวนน้ำตาลวัดได้ 80-120 ถือว่าควบคุมได้ดี ระหว่าง 121-140 ถือว่าพอใช้ พร้อมกับแม้เกิน 140 ถือว่าไม่ดี ต้องปรับปรุงในราย ที่จำนวนน้ำตาลขึ้นๆลงๆ ไม่แน่นอน หรือไม่ได้ตรวจระดับน้ำตาลในเลือดบ่อย ก็คงต้องตรวจเลือดดูจำนวนน้ำตาลที่เกาะอยู่บนฮีโมโกลบินในเม็ดเลือดแดงที่ชื่อว่า “ฮีโมโกลบิน เอ1ซี” (hemoglobin A1C) ซึ่งจะวัดระดับน้ำตาล เฉลี่ยย้อนไปในช่วง 8-12 อาทิตย์ นับว่าเป็นวิธีการวัดระดับน้ำตาลได้ถูกต้องแน่นอนสมควรตรวจทุก ๆ 3 เดือนแม้วัดได้ต่ำกว่า 6.5% ถือว่าดี เบาหวาน


